ขั้นตอนการดูแลผิวให้สวยสมวัย

จากตอนที่แล้ว สาว ๆ รู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า สภาพผิวของตัวเองนั้น จัดอยู่ในผิวประเภทใด ในครั้งนี้จะเป็นวิธีการดูแลผิวของคุณสาว ๆ ให้สวยสมวัย ไม่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรมาฝากกันค่ะ การดูแลสภาพผิวนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอย่างที่คิดหรอกนะคะ หากเรารู้จักวิธีการดูแลที่ถูกต้องและทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว การดูแลผิวเป็นเรื่องที่ง่ายมากค่ะ ที่สำคัญคือ “อยากสวย อย่าขี้เกียจ” เท่านั้นเอง
การดูแลผิวนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เหมาะสม การพอกหน้า การนวดหน้า การมาส์กหน้า การกรอผิว การผลัดเซลล์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละวิธีจะมีขั้นตอนและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป สำหรับที่จะมาแนะนำกันในครั้งนี้เป็นการดูแลผิวโดยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันค่ะ สาว ๆ ที่เริ่มหันมาดูแลผิวใหม่ ๆ มักเจอปัญหาเรื่องของการจัดลำดับการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ถูก ไม่รู้ว่าอันไหนก่อนหลัง ใช้ไม่เป็นวันนี้เรามีเฉลยค่ะ ขั้นตอนในการดูแลผิวหน้านั้นจะเริ่มจาก
1. ทำความสะอาดผิวหน้าก่อน จะใช้โฟมล้างหน้า ครีมล้างหน้า หรือผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้แต่จะต้องเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง
2. เช็ดด้วยโทนเนอร์ เพื่อความสะอาดล้ำลึกยิ่งขึ้น
3. ทาอายครีม เพื่อบำรุงและปกป้องผิวบริเวณรอบดวงตา
4. บำรุงด้วยเซรั่ม เพื่อเพิ่มการบำรุงให้กับผิวจนถึงชั้นในสุด
5. ทาครีม / โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว
6. ลงครีมปกป้องแดด หรือครีมกันแดดนั่นเอง
เพียง 6 ขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้ก็สามารถช่วยบำรุงผิวหน้าได้สวยสมวัยแล้วค่ะ หลังจากที่เราทำการบำรุงผิวหน้าเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งหน้ากันแล้วล่ะค่ะ เราจะเตรียมตัวเพิ่มสีสันความงามกันแล้ว อย่าลืมติดตามนะคะ

เคล็บลับความสวยรอบดวงตา

ผ่านกันไปหลายบทความแล้ว เรื่องของการแต่งหน้าที่จะเปลี่ยนสาว เซอร์ ๆ ให้กลายมาเป็นสาวแซ่บ คราวนี้เข้าสู่เรื่องของการแต่งตากันบ้าง สาว ๆ รู้ไหมคะว่า ดวงตาเป็นจุดดึงดูดสายตาที่สุดของใบหน้า ฉะนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเครื่องสำอางที่ต้องใช้เพิ่มความงามให้กับเปลือกตาและคิ้วของเรากันค่ะ
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเครื่องสำอางที่ใช้แต่งตาของเราให้ดูสวยเฉี่ยวกันค่ะ นั่นก็คือ อายแชโดว์, อายไลเนอร์, มาสคาร่า และดินสอเขียนคิ้ว, ขอบตา เครื่องสำอางชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้หลายแบบหลายสไตล์ เรามารู้จักกับอายแชโดว์กันก่อนนะคะ
อายแชโดว์ เป็นเครื่องสำอางที่ช่วยเพิ่มสีสันทำให้ดวงตาของคุณสาวๆ โดดเด่นมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น สำหรับสาวๆมือใหม่ที่หัดแต่งหน้า การใช้อายแชโดว์อาจดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เลือกใช้สีแบบไหนให้เหมาะสม เรามีเทคนิคง่าย ๆ มาแนะนำค่ะ
การเลือกใช้อายแชโดว์ แต่งหน้าเพิ่มความโดดเด่นให้กับดวงตาจะต้องเลือกสีที่เหมาะสมกับรูปตาของตัวเราเอง
• สาวตาลึก ควรใช้อายแชโดว์สีอ่อนกับส่วนของเปลือกตา และใช้สีเข้มลงที่รอยพับเปลือกตาและหนังตาเหนือรอบพับขึ้นไป
• สาวตากลม ควรใช้อายแชโดว์สีกลางๆ ที่เปลือกตาไปจนถึงรอยพักเปลือกตา และใช้หลังสีเข้มที่หางตาไล่สูงหาหางคิ้ว
• สาวตาโปน ควรเลือกใช้อายแชโดว์สีเข้มกับเปลือกตา จะช่วยลดความบวมของดวงตาได้
• สาวที่มีตาชิด ควรเลือกใช้อายแชโดว์สีอ่อนทาที่บริเวณหัวตา และลงสีเข้มที่หางตา
• สาวที่มีหนังตาพับเป็นชั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้อายแชโดว์แบบที่มีประกายวิ้งๆ ควรใช้อายแชโดว์เนื้อสีด้าเหมาะกว่า
ลองสังเกตลักษณะดวงตาของตัวเองกันดูนะคะสาว แล้วนำเทคนิคไปปรับใช้ในการแต่งหน้าให้สวยเฉี่ยวได้ตามสไตล์ที่ต้องการอย่างไรละคะ สำหรับครั้งหน้ามีวิธีการทาอายแชโดว์ให้สวยเฉี่ยวมาฝาก อย่างลืมติดตามกันนะคะ

สวยเฉี่ยวด้วยอายแชโดว์

สวัสดีจ้า กลับมาอีกแล้วนะคะกับเทคนิคการแต่งหน้าที่เปลี่ยนสาวเซอร์ให้เป็นสาวแซ่บ คู่มือการแต่งหน้าสำหรับคุณสาว ๆ มือใหม่ ที่เริ่มเรียนรู้เครื่องสำอางและวิธีการแต่งหน้าไปพร้อม ๆ กัน สืบเนื่องจากบทความที่แล้วเรื่องของอายแชโดว์ เราติดค้างกันไว้เรื่องของวิธีการทาอายแชโดว์ให้สวยเฉี่ยว ทำอย่างไร มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ
• ก่อนอื่น ควรเตรียมสภาพผิวให้พร้อมก่อนนะคะ รองพื้นบริเวณเปลือกตาเรียบร้อยหรือยังคะ ใช้คอนซิลเลอร์ช่วยกลบริ้วรอยดำคล้ำรอบดวงตากันด้วยนะคะสาว ๆ
• เตรียมผิวเรียบร้อย เริ่มทาแป้งฝุ่นทับบริเวณเปลือกตากันก่อนค่ะ แล้วเริ่มใช้อายแชโดว์เกลี่ยให้เรียบเนียนสม่ำเสมอกันนะคะ เทคนิคการใช้สีให้เลือกตามรูปตาของแต่ละคนเลย ใครจำไม่ได้ กลับไปอ่านบทความที่แล้วก่อนนะคะ
• วิธีการเกลี่ยอายแชโดว์ให้ดูเป็นธรรมชาติ คือ ให้เลือกทาสีอ่อนก่อนเสมอนะคะ แล้วไล่เฉดสีโดยให้บริเวณหัวตาเป็นสีกลาง ๆ และสีเข้มที่หางตาและขอบตา
• ถ้าบังเอิญทาอายแชโดว์เข้มจนเกินความต้องการ ให้สาว ๆ ใช้สำลีคัดตอนบัต ค่อย ๆเช็ดออกเบา ๆ หรือใช้แป้งฝุ่นช่วยลดความเข้มของสีลง แล้วจริงปรับแต่งใหม่อีกครั้งก็ได้
การเลือกสีของอายแชโดว์ในการแต่งหน้า สิ่งสำคัญที่สุดของการใช้อายแชโดว์คือความเป็นธรรมชาติของการใช้สี สาว ๆ มือใหม่ควรฝึกทาอายแชโดว์ที่มีสีอ่อน ๆ เป็นธรรมชาติก่อน และเมื่อเกิดความชำนาญแล้วจริงค่อยเปลี่ยนมาใช้สีที่ดูเป็นสีสันมาขึ้นต่อไปนะคะ สำหรับคราวหน้าเราจะเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งดวงตาให้ดูคมเข้ม ด้วยเครื่องสำอางที่ชื่อว่า “อายไลเนอร์” อย่าลืมติดตามกันนะคะ

คมเข้มด้วย “อายไลเนอร์”

มาตามสัญญา มาตามคำเรียกหา… แหม เล่นซะเพลงเก่าเชียว กลับมาอีกแล้วนะคะ ตามที่สัญญากันเอาไว้กับ เทคนิคการแต่งหน้าสำหรับสาว ๆ มือใหม่ ที่จะเปลี่ยนตัวเองจากสาวเซอร์เป็นสาวแซ่บไปกับเรา สำหรับครั้งนี้มาถึงเรื่องของเทคนิคการแต่งตาให้คมเข้มด้วยอายไลเนอร์กันแล้วค่ะ เทคนิคที่สามารถเปลี่ยนคุณจากสาวหมวยตาตี่ ๆ กลายเป็นสาวนัยน์ตาแขกคมเข้มได้เลยละคะ
อายไลเนอร์เป็นเครื่องสำอางที่มีใช้เสริมจุดเด่นให้กับดวงตา ให้มีมิติ มีความคมเข้มมากยิ่งขึ้น อายไลน์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีด้วยกันหลายชนิด ทั้งที่เป็นแบบดินสอที่เรียกติดปากกันว่า “ดินสอเขียนขอบตา” หรือชนิดที่เป็นน้ำ ชนิดเจล และชนิดครีม ซึ่งแต่ละชนิดจะมีวิธีการใช้ที่คล้ายกัน ซึ่งสาว ๆ จะคงต้องทดลองและเลือกใช้ในแบบที่เหมาะกันตัวเองมากที่สุดนั่นเอง
แต่สำหรับมือใหม่ที่เริ่มหัดแต่หน้า ขอแนะนำ อายไลเนอร์ชนิดดินสอก่อนนะคะ เพราะใช้งานได้ง่ายสุด ไม่ค่อยเปรอะเปื้อนง่าย และแก้ไขได้ง่ายนั่นเอง โดยทั่วไปการเขียนอายไลเนอร์จะนิยมเขียนจากหัวตาไล่ไปทางหางตา ซึ่งจะใช้วิธีการเขียนซ้ำหลาย ๆครั้งเพื่อให้ติดทนและดูคมชัดยิ่งขึ้น วิธีการเขียนอายไลเนอร์สำหรับมือใหม่ เริ่มจาก
• ให้คุณสาว ๆ ข้างหนึ่งตรึงหนังตาของคุณให้ตึง แล้วใช้มือข้างที่ถนัดวาดอายไลเนอร์ไปในแนวที่ใกล้ขนตามากที่สุด
• ลากอายไลเนอร์จากบริเวณหัวตาไปจนถึงกึ่งกลางแล้วจึงลากจากกลางตาไปหางตาอีกครั้งหนึ่ง แบ่งเป็น 2 ช่วงนะคะ ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพิ่มความเข้มให้กับดวงตา
• หากต้องการให้สีดูซอฟลงให้ใช้สำลีคัตตอนบัตช่วยเกลี่ยสีของอายไลเนอร์ให้เบาลงได้ค่ะ แต่ระวังอย่าให้เลอะนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นแพนด้าไปซะ
พยายามฝึกมือบ่อย ๆ ให้ชำนาญ ในไม่ช้าคุณสาว ๆ ก็จะสามารถแต่งตาให้สวยคมเข้มแบบมืออาชีพได้แล้วล่ะค่ะ

มาสคาร่า สวยคมเข้มในสไตล์คุณ

สวัสดีจ้า สาว ๆ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ กับเทคนิคและวิธีการหัดแต่งหน้าสำหรับสาว ๆ มือใหม่ จากคราวที่แล้วได้ฝึกใช้อายแชโดว์เพิ่มสีสันรอบดวงตาและเขียนตาคมด้วยอายไลเนอร์กันไปแล้ว คราวนี้เราจะมาใช้มาสคาร่าเพิ่มความคมเข้มให้ขนตาของเรากันบ้าง
เป็นที่รู้กันดีว่า มาสคาร่า คือเครื่องสำอางที่ช่วยเสริมความดกดำให้กับขนตาของเรา ดูยาวงอนงาม มีมิติ ทำให้ตาดูกลมโต คมเข้มยิ่งขึ้น มาสคาร่าที่ใช้กันทั่วไป มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ มาสคาร่าแบบธรรมดา และมาสคาร่าชนิดกันน้ำ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสีให้เลือกมากมาย แต่สำหรับสาว ๆ ที่หัดแต่งหน้าอย่างเรา ควรใช้สีธรรมดา ๆ ก่อน คือ สีดำ หรือสีน้ำตาล นั่นเอง
เทคนิคในการทามาสคาร่า สำหรับมือใหม่ ไม่ยากเลยค่ะ หลังจากที่เลือกมาสคาร่าที่ถูกใจได้แล้ว เริ่มฝึกทากันได้เลย โดยการทามาสคาร่าจะเริ่มจากบริเวณทาบริเวณโคนขนตาขึ้นมา พยายามทาให้โคนขนตาหนากว่าปลายขนตานะคะ และเพิ่มความง่ายในการทามาสคาร่าให้คุณสาว ๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเหลือบสายตามองลงต่ำนะคะ วิธีการนี้จะช่วยให้คุณสาว ๆ ทามาสคาร่าได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นค่ะ คอนเฟิร์ม ส่วนขนตาล่างควรทาเพียงเล็กน้อย หรือไม่ทาเลยจะดีกว่าหากคุณเป็นคนที่ขนตาบางมากเพราะจะทำให้เห็นความบกพร่องของขนตามากขึ้นค่ะ
ลองฝึกกันดูนะคะสาว ๆ ไม่ยากเลย ค่อย ๆทาหลายรอบ จนขนตาดูหนาตามที่พอใจแล้ว ก็ปล่อยให้แห้งนะคะ แต่ถ้ามีส่วนที่เลอะเทอะที่ต้องการลบออก ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยปล่อยให้มาสคาร่าที่และแห้งก่อนแล้วจึงค่อยเช็ด หรือใช้แปรงปัดออก จะง่ายกว่า เช็ดตอนที่ยังไม่แห้งนะคะแถมยังไม่ทิ้งรอยดำไว้อีกด้วยนะ

ทารองพื้นอย่างไรให้สวยเรียบเนียน

สวัสดีจ้า สาวๆ รอกันนานไหม กับเทคนิคการทารองพื้นให้สวยเรียบเนียน วันนี้มีมาฝากกันแน่ๆ ค่ะ แต่ก่อนที่สาว ๆจะเริ่มเรียนรู้วิธีการทารองพื้น จะต้องมาทำความรู้จักกับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าของเรากันก่อนนะคะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นโซน ๆ นะคะ เริ่มจาก T Zone ซึ่งหมายถึง บริเวณหน้าผากไล่ที่สันจมูกจนถึงปลายจมูกค่ะ ,S Zone หมายถึงส่วนบริเวณแก้มทั้งสองข้าง, O Zone หมายถึงบริเวณส่วนรอบริมฝีปากทั้งหมด, EYE Area หมายถึง บริเวณส่วนรอบดวงตา และสุดท้ายคือ Neck หมายถึงบริเวณรอบลำคอค่ะ หลังจากที่ทำความรู้จักโซนต่าง ๆ บนใบหน้าเรียบร้อยแล้ว เราจะเข้าสู่ขั้นตอนของการทารองพื้นกันแล้วค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเกลี่ยรองพื้นบริเวณ S Zone หรือ บริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง โดยเกลี่ยไปในในทิศทางลงนะคะ
ขั้นตอนที่ 2 เป็นการทารองพื้นในบริเวณ O Zone นะคะ ให้เกลี่ยรองพื้นบริเวณส่วนรอบริมฝีปากจนถึงใต้จมูก ในลักษณะเกลี่ยเข้าหาริมฝีปาก หรือใต้จมูกในทิศทางลงและใต้ปากในทิศทางขึ้นนั่นเองค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 การทารองพื้นบริเวณ T Zone โดยเกลี่ยรองพื้นบริเวณหน้าผาก ให้เริ่มจากจุดกึ่งกลางหน้าผากในทิศทางออกด้านข้าง และบริเวณจมูกให้เกลี่ยรองพื้นในทิศทางลง ค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 การทารองพื้นบริเวณ Eye Area หรือบริเวณรอบดวงตา ให้ใช้คอนซีลเลอร์ในการปกปิดรอยคล้ำใต้ตาแทนนะคะ
ขั้นตอนที่ 6 เป็นการทารองพื้นบริเวณคอเพื่อให้สีผิวเนียนเรียบเท่ากันทั้งใบหน้าและลำคอค่ะ
สำหรับขั้นตอนการทารองพื้น สาว ๆ ลองนำไปฝึกกันดูนะคะ แต่ที่คือสำคัญอย่างทารองพื้นครั้งเดียวหนาๆเป็นอันขาด ให้ค่อย ๆ ลงบาง ๆ ก่อน ถ้าปกปิดไม่หมดให้ลงซ้ำหลายรอบได้ค่ะ แต่ไม่ควรลงทีเดียว มันไม่เป็นธรรมชาตินะคะ นอกจากไม่เรียบเนียนแล้วยังทำให้ดูเป็นหน้ากากอีกด้วยนะคะ

เคล็ดลับการทาลิปสติกให้ติดทนนาน

สวัสดีค่ะ สาว ๆ ถึงตอนสุดท้ายแล้วนะสำหรับเทคนิคการแต่งหน้าเพื่อเปลี่ยนสาวเซอร์ให้เป็นสาวแซ่บ สำหรับสาว ๆคนไหนพึ่งอ่านมาเจอก็ย้อนดูเทคนิคการแต่งหน้าในตอนก่อน ๆ ได้นะคะ เพราะสำหรับวันนี้เรามาถึงขั้นตอนสุดท้ายของความสวยแซ่บกันแล้ว
เมื่อเลือกลิปสติกที่เหมาะสมสำหรับริมฝีปากของเราได้แล้ว เรามาเข้าสู่เคล็ดลับของการทาลิปสติกให้ติดทนนานกันเลยดีกว่าค่ะ
• เริ่มจากทำความสะอาดริมฝีปากกันก่อนนะคะ ให้ทำการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากริมฝีปากก่อนโดยใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำและถูเบา ๆ ค่ะ
• จากนั้นใช้ลิปมัน หรือ วาสลีนก็ได้ค่ะ ทาริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก เมื่อทาเสร็จเรียบร้อยให้ใช้ทิชชูกระกบลงเบา ๆ เพื่อซับความมันออกเล็กน้อย
• หากต้องการเขียนขอบปากด้วยให้ใช้ลิปไลเนอร์เขียนในขั้นตอนนี้ได้เลยนะคะ แต่สำหรับมือใหม่ ยังไม่ต้องใช้จะดีกว่าค่ะ
• ใช้พู่กันทาปากแต้มลิปสติกลงหลังมือค่ะ เพื่อให้เนื้อลิปสติกเนียนละเอียด จากนั้นนำมาทาบนริมฝีปากได้เลย พยายามทาให้เรียบเนียนสม่ำเสมอนะคะ
• ขั้นต่อมาใช้กระดาษทิชชูแผ่นบาง ๆ นะคะ ประกบไปที่ริมฝีปาก จากนั้นใช้แป้งฝุ่นตบเบา ลงบนทิชชู่ที่ประกบไว้บนริมฝีปากค่ะ พยายามอย่าตบแป้งหนาเกินไปนะคะ
• สุดท้าย ใช้พู่กันทาลิปสติกซ้ำอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
เคล็ดลับง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็ช่วยให้คุณสาว ๆ สามารถทาลิปสติกได้ติดทนนานไปทั้งวันแล้วละค่ะ ลองนำเทคนิคและวิธีการแต่งหน้าไปใช้กันดูนะคะ สำหรับสาว ๆ มือใหม่ พยายามฝึกบ่อย ๆ รับรองค่ะว่า ไม่ช้าคุณก็จะสามารถแต่งหน้าได้อย่างสวยงามไม่แพ้มืออาชีพอย่างแน่นอนค่ะ

ปัด“บรัชออน”อย่างไรให้สวยเด้ง

สวัสดีจ้า สาว ๆ หลังจากที่ได้ลองศึกษาเกี่ยวกับบรัชออนกันไปในบทความที่แล้ว ไม่ทราบว่าได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกันมาซักชิ้นหรือยังคะ แหม ๆ สารภาพกันมาดีกว่าที่ซื้อมาหน่ะมันเกินโควต้าที่บอกให้ซื้อใช่ไหมคะ เชื่อหรือยังละคะว่า เครื่องสำอางกับผู้หญิงเรามันมีพลังงานบางอยู่ที่ดึงดูดกันอยู่จริง ๆ อย่างไรเสียก็เซฟๆ งบประมาณกันไว้บ้างนะคะ เพราะเรายังมีเครื่องสำอางตัวอื่นจะต้องซื้อกันอีกหลายชิ้นนะสาว ๆ
เข้าสู่เรื่องการใช้บรัชออนกันเลยดีกว่า ไม่ให้เสียเวลา หลังจากที่เราได้บรัชออนมาแล้วก็มาทดลองใช้กันเลย วันนี้มีคำแนะนำในการปัดบรัชออนมาฝากทั้ง 3 แบบเลยจ้า เริ่มจาก
แบบแรก “บรัชออนชนิดผง” ให้ใช้แปรงปัดบรัชออนแตะเนื้อบรัชออนแล้วเคาะเบา ๆให้ผงบรัชออนกระจายจนทั่ว จากนั้น ยิ้มคะยิ้ม เริ่มปัดจากโหนกแก้มขั้นไปหาไรผมในลักษณะโค้งเฉียงขึ้น พยายามเกลี่ยให้ดูกลมกลืนและสมดุลกันทั้ง 2 ข้างนะคะ ถ้าสีดูแน่นไปใช้แป้งฝุ่นช่วยได้ค่ะ
แบบที่2 “บรัชออนแบบครีม” บรัชออนแบบนี้จะนิยมทาก่อนลงแป้งฝุ่นนะคะ ใช้นิ้วมือของเราแตะเนื้อครีมเลยค่ะจากนั้นค่อย ๆ ไล่แต้มลงบนโหนกแก้มใช้นิ้วแตะเบาๆ ไล่เนื้อครีมไปจนถึงไรผมค่ะ พยายามเกลี่ยให้เนียนเป็นธรรมชาติที่สุดนะคะ เสร็จแล้วจึงลงแป้งฝุ่นทับต่อไปค่ะ
แบบที่ 3 “บรัชออนแบบทินต์ หรือแบบน้ำ” ใช้ก่อนทาแป้งฝุ่นเช่นกันคะ โดยใช้นิ้วแตะเนื้อบรัชออนแล้วแต้มลงบนโหนกแก้ม บรัชออนชนิดนี้จะต้องเพิ่มความรวดเร็วในการเกลี่ยหน่อยนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นจะไหลเยิ้ม ออกนอกบริเวณที่ต้องการ แก้ไขยากค่ะ สำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้แบบผงดีกว่าค่ะ
3 แบบ 3 วิธีการใช้บรัชออน สาว ๆ ลองนำไปฝึกดูนะคะ เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ ๆ อาจยังไม่ค่อยดีแต่พยายามทำบ่อย ๆ รับรองสวยแน่นอนจ้า

สเต็ปแรก ของการแต่งหน้า

สวัสดีค่ะ สาว ๆ หลังจากที่เราได้ผ่านขั้นตอนของการดูแลผิวหน้ากับมาแล้วในตอนก่อนหน้านี้ ต่อไปเราจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งหน้ากันแล้วนะคะ ก่อนอื่นขอย้อนตอบคำถามที่มีสาว ๆ ถามเข้ามาเยอะว่า การบำรุงผิวช่วงกลางวันและกลางคืนต่างกันไหม ตอบสั้นๆ ว่า “นิดหน่อย”ค่ะ เพราะในช่วงกลางคืนเราไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดเท่านั้นเอง เข้าใจตรงกันแล้วนะคะสาว ๆ
มาเข้าเรื่องของการแต่งหน้ากันดีกว่า สำหรับสาว ๆ ที่เริ่มหัดแต่งหน้าอย่างเรา ยังไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วนอย่างมืออาชีพหรอกนะคะ เราเริ่มจากผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องใช้แบบง่าย ๆ ก่อน เริ่มจาก
ชิ้นแรก >> เริ่มจากรองพื้นกันก่อน ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแบบไม่ว่าจะเป็นชนิดน้ำ เนื้อครีม โลชั่น ฯลฯ แล้วจะลงรายละเอียดในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ
ชิ้นที่ 2 >> ดินสอเขียนคิ้วคะ อุปกรณ์ที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าของคุณสาว ๆ ให้ดูดียิ่งขึ้น
ชิ้นที่ 3 >> อายแชโดว อุปกรณ์ชิ้นสำคัญจะช่วยคุณสาว ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้หลากหลายสไตล์
ชิ้นที่ 4 >> อายไลเนอร์ และดินสอเขียนขอบตา ซึ่งก็มีให้เลือกใช้งานหลายแบบมากมายเหลือเกิน
ชิ้นที่ 5 >> มาสคาร่า ผลิตภัณฑ์เพิ่มความงามให้กับขนตาของคุณสาว ๆ อีกตัวที่ขาดไม่ได้เลย
ชิ้นที่ 6 >> บรัชออน เพิ่มสีสันให้กับแก้มให้ดูมีสุขภาพดี สวยสว่างใส มีชีวิตชีวา
ชิ้นที่ 7 >> ลิปสติก หรือลิปกลอส เพิ่มสีสันให้กับริมฝีปากของคุณสาว ๆ ให้เนียนสวย ชวนมอง
ชิ้นสุดท้าย >>อุปกรณ์แต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นแปรงแต่งหน้า หรือที่ดัดขนตา และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ช่วยในการแต่งหน้าของคุณสาว ๆ
อุปกรณ์ทุกชิ้นที่แนะนำไปนั้น แต่ละชิ้นจะมีวิธีการเลือกซื้อและใช้อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ลองติดตามกันต่อนะคะ รับรองว่า เรามีเทคนิควิธีการเลือกซื้อและใช้งานมาฝากอย่างแน่นอนค่ะ

ปรับคิ้วสวยให้เข้ารูป

หลังจากที่ทำการแต่งเติมสีสันดวงตาด้วยอายแชโดว์ และเพิ่มความคมเข้มรอบดวงตาด้วยอายไลเนอร์กันไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปสำหรับการหัดแต่งหน้าของสาว ๆ คือ การเขียนคิ้วค่ะ ซึ่งการเขียนคิ้วนี้เป็นเทคนิคที่ช่วยในการปรับรูปหน้าของคุณสาว ๆ ให้ดูเข้ารูปและสวยงามมากยิ่งขึ้น
สำหรับสาว ๆ มือใหม่หัดแต่งหน้า เรามีวิธีการแต่งคิ้วให้สวยแบบธรรมชาติมาฝากค่ะ เริ่มจากการแต่งแบบธรรมชาติกันก่อนแล้วพอเก่งแล้วค่อยไปแบบชั้นสูงกันต่อนะคะ มาเริ่มกันเลยอย่าให้เสียเวลา
1. ให้ทำการปรับรูปคิ้วให้เป็นระเบียบก่อนค่ะ ให้แปรงปัด ๆให้ขนคิ้วเรียงตัวกันจากนั้นใช้กรรไกรค่อย ๆ เล็มปลายคิ้วที่ยาวเกินไปออกเล็กน้อย
2. ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีขาว ร่างโครงแบบคิ้วที่ต้องการก่อน วิธีวาดคิ้วให้สวยงามคือกะระยะของมุมโก่งของคิ่วให้ตรงกับขอบของลูกตาดำ ส่วนหางคิ้วให้อยู่แนวทแยงมุมกับจมูกไปหางตาค่ะ
3. ส่วนขนคิ้วที่เกิดออกมาจากโครงที่ร่างไว้ให้ถอนออกด้วยแหนบ แต่ระวังอย่างถอนจนแหว่งนะคะ
4. ให้ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาล หรือสีดำ ค่อย ๆ เขียนตามแนวที่ร่างโครงไว้ บาง ๆ หรืออาจใช้ อายแชโดว์สีน้ำตาลปัดแทนก็ได้ ค่อย ๆ ลงบาง ๆ ซ้ำกันไปนะคะ อย่าลงเข้มทีเดียวจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
5. ขั้นสุดท้ายให้ใช้มาสคาร่าแบบใส หรือเจลปัดคิ้ว ค่อย ๆ ลูบบนคิ้วบางๆ ซึ่งจะช่วยให้คิ้วของคุณสาว ๆ เรียบสวย เข้าทรงและดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นค่ะ
เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณสาว ๆ มีดวงตาที่คมเข้มคู่กับคิ้วสวยเข้ารูปดูเป็นธรรมชาติได้แล้ว พยายามฝึกมือบ่อย ๆ นะคะ จะได้เกิดความชำนาญ สำหรับตอนหน้าเราจะมาเติมสีสันให้เรียวปากสวยของเรากันแล้วค่ะ ติดตามกันต่อนะคะ