ทารองพื้นอย่างไรให้สวยเรียบเนียน

สวัสดีจ้า สาวๆ รอกันนานไหม กับเทคนิคการทารองพื้นให้สวยเรียบเนียน วันนี้มีมาฝากกันแน่ๆ ค่ะ แต่ก่อนที่สาว ๆจะเริ่มเรียนรู้วิธีการทารองพื้น จะต้องมาทำความรู้จักกับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าของเรากันก่อนนะคะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นโซน ๆ นะคะ เริ่มจาก T Zone ซึ่งหมายถึง บริเวณหน้าผากไล่ที่สันจมูกจนถึงปลายจมูกค่ะ ,S Zone หมายถึงส่วนบริเวณแก้มทั้งสองข้าง, O Zone หมายถึงบริเวณส่วนรอบริมฝีปากทั้งหมด, EYE Area หมายถึง บริเวณส่วนรอบดวงตา และสุดท้ายคือ Neck หมายถึงบริเวณรอบลำคอค่ะ หลังจากที่ทำความรู้จักโซนต่าง ๆ บนใบหน้าเรียบร้อยแล้ว เราจะเข้าสู่ขั้นตอนของการทารองพื้นกันแล้วค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเกลี่ยรองพื้นบริเวณ S Zone หรือ บริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง โดยเกลี่ยไปในในทิศทางลงนะคะ
ขั้นตอนที่ 2 เป็นการทารองพื้นในบริเวณ O Zone นะคะ ให้เกลี่ยรองพื้นบริเวณส่วนรอบริมฝีปากจนถึงใต้จมูก ในลักษณะเกลี่ยเข้าหาริมฝีปาก หรือใต้จมูกในทิศทางลงและใต้ปากในทิศทางขึ้นนั่นเองค่ะ
ขั้นตอนที่ 3 การทารองพื้นบริเวณ T Zone โดยเกลี่ยรองพื้นบริเวณหน้าผาก ให้เริ่มจากจุดกึ่งกลางหน้าผากในทิศทางออกด้านข้าง และบริเวณจมูกให้เกลี่ยรองพื้นในทิศทางลง ค่ะ
ขั้นตอนที่ 4 การทารองพื้นบริเวณ Eye Area หรือบริเวณรอบดวงตา ให้ใช้คอนซีลเลอร์ในการปกปิดรอยคล้ำใต้ตาแทนนะคะ
ขั้นตอนที่ 6 เป็นการทารองพื้นบริเวณคอเพื่อให้สีผิวเนียนเรียบเท่ากันทั้งใบหน้าและลำคอค่ะ
สำหรับขั้นตอนการทารองพื้น สาว ๆ ลองนำไปฝึกกันดูนะคะ แต่ที่คือสำคัญอย่างทารองพื้นครั้งเดียวหนาๆเป็นอันขาด ให้ค่อย ๆ ลงบาง ๆ ก่อน ถ้าปกปิดไม่หมดให้ลงซ้ำหลายรอบได้ค่ะ แต่ไม่ควรลงทีเดียว มันไม่เป็นธรรมชาตินะคะ นอกจากไม่เรียบเนียนแล้วยังทำให้ดูเป็นหน้ากากอีกด้วยนะคะ

เคล็ดลับการทาลิปสติกให้ติดทนนาน

สวัสดีค่ะ สาว ๆ ถึงตอนสุดท้ายแล้วนะสำหรับเทคนิคการแต่งหน้าเพื่อเปลี่ยนสาวเซอร์ให้เป็นสาวแซ่บ สำหรับสาว ๆคนไหนพึ่งอ่านมาเจอก็ย้อนดูเทคนิคการแต่งหน้าในตอนก่อน ๆ ได้นะคะ เพราะสำหรับวันนี้เรามาถึงขั้นตอนสุดท้ายของความสวยแซ่บกันแล้ว
เมื่อเลือกลิปสติกที่เหมาะสมสำหรับริมฝีปากของเราได้แล้ว เรามาเข้าสู่เคล็ดลับของการทาลิปสติกให้ติดทนนานกันเลยดีกว่าค่ะ
• เริ่มจากทำความสะอาดริมฝีปากกันก่อนนะคะ ให้ทำการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากริมฝีปากก่อนโดยใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำและถูเบา ๆ ค่ะ
• จากนั้นใช้ลิปมัน หรือ วาสลีนก็ได้ค่ะ ทาริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก เมื่อทาเสร็จเรียบร้อยให้ใช้ทิชชูกระกบลงเบา ๆ เพื่อซับความมันออกเล็กน้อย
• หากต้องการเขียนขอบปากด้วยให้ใช้ลิปไลเนอร์เขียนในขั้นตอนนี้ได้เลยนะคะ แต่สำหรับมือใหม่ ยังไม่ต้องใช้จะดีกว่าค่ะ
• ใช้พู่กันทาปากแต้มลิปสติกลงหลังมือค่ะ เพื่อให้เนื้อลิปสติกเนียนละเอียด จากนั้นนำมาทาบนริมฝีปากได้เลย พยายามทาให้เรียบเนียนสม่ำเสมอนะคะ
• ขั้นต่อมาใช้กระดาษทิชชูแผ่นบาง ๆ นะคะ ประกบไปที่ริมฝีปาก จากนั้นใช้แป้งฝุ่นตบเบา ลงบนทิชชู่ที่ประกบไว้บนริมฝีปากค่ะ พยายามอย่าตบแป้งหนาเกินไปนะคะ
• สุดท้าย ใช้พู่กันทาลิปสติกซ้ำอีกครั้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
เคล็ดลับง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ก็ช่วยให้คุณสาว ๆ สามารถทาลิปสติกได้ติดทนนานไปทั้งวันแล้วละค่ะ ลองนำเทคนิคและวิธีการแต่งหน้าไปใช้กันดูนะคะ สำหรับสาว ๆ มือใหม่ พยายามฝึกบ่อย ๆ รับรองค่ะว่า ไม่ช้าคุณก็จะสามารถแต่งหน้าได้อย่างสวยงามไม่แพ้มืออาชีพอย่างแน่นอนค่ะ

ปัด“บรัชออน”อย่างไรให้สวยเด้ง

สวัสดีจ้า สาว ๆ หลังจากที่ได้ลองศึกษาเกี่ยวกับบรัชออนกันไปในบทความที่แล้ว ไม่ทราบว่าได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกันมาซักชิ้นหรือยังคะ แหม ๆ สารภาพกันมาดีกว่าที่ซื้อมาหน่ะมันเกินโควต้าที่บอกให้ซื้อใช่ไหมคะ เชื่อหรือยังละคะว่า เครื่องสำอางกับผู้หญิงเรามันมีพลังงานบางอยู่ที่ดึงดูดกันอยู่จริง ๆ อย่างไรเสียก็เซฟๆ งบประมาณกันไว้บ้างนะคะ เพราะเรายังมีเครื่องสำอางตัวอื่นจะต้องซื้อกันอีกหลายชิ้นนะสาว ๆ
เข้าสู่เรื่องการใช้บรัชออนกันเลยดีกว่า ไม่ให้เสียเวลา หลังจากที่เราได้บรัชออนมาแล้วก็มาทดลองใช้กันเลย วันนี้มีคำแนะนำในการปัดบรัชออนมาฝากทั้ง 3 แบบเลยจ้า เริ่มจาก
แบบแรก “บรัชออนชนิดผง” ให้ใช้แปรงปัดบรัชออนแตะเนื้อบรัชออนแล้วเคาะเบา ๆให้ผงบรัชออนกระจายจนทั่ว จากนั้น ยิ้มคะยิ้ม เริ่มปัดจากโหนกแก้มขั้นไปหาไรผมในลักษณะโค้งเฉียงขึ้น พยายามเกลี่ยให้ดูกลมกลืนและสมดุลกันทั้ง 2 ข้างนะคะ ถ้าสีดูแน่นไปใช้แป้งฝุ่นช่วยได้ค่ะ
แบบที่2 “บรัชออนแบบครีม” บรัชออนแบบนี้จะนิยมทาก่อนลงแป้งฝุ่นนะคะ ใช้นิ้วมือของเราแตะเนื้อครีมเลยค่ะจากนั้นค่อย ๆ ไล่แต้มลงบนโหนกแก้มใช้นิ้วแตะเบาๆ ไล่เนื้อครีมไปจนถึงไรผมค่ะ พยายามเกลี่ยให้เนียนเป็นธรรมชาติที่สุดนะคะ เสร็จแล้วจึงลงแป้งฝุ่นทับต่อไปค่ะ
แบบที่ 3 “บรัชออนแบบทินต์ หรือแบบน้ำ” ใช้ก่อนทาแป้งฝุ่นเช่นกันคะ โดยใช้นิ้วแตะเนื้อบรัชออนแล้วแต้มลงบนโหนกแก้ม บรัชออนชนิดนี้จะต้องเพิ่มความรวดเร็วในการเกลี่ยหน่อยนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นจะไหลเยิ้ม ออกนอกบริเวณที่ต้องการ แก้ไขยากค่ะ สำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้แบบผงดีกว่าค่ะ
3 แบบ 3 วิธีการใช้บรัชออน สาว ๆ ลองนำไปฝึกดูนะคะ เริ่มหัดแต่งหน้าใหม่ ๆ อาจยังไม่ค่อยดีแต่พยายามทำบ่อย ๆ รับรองสวยแน่นอนจ้า

สเต็ปแรก ของการแต่งหน้า

สวัสดีค่ะ สาว ๆ หลังจากที่เราได้ผ่านขั้นตอนของการดูแลผิวหน้ากับมาแล้วในตอนก่อนหน้านี้ ต่อไปเราจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งหน้ากันแล้วนะคะ ก่อนอื่นขอย้อนตอบคำถามที่มีสาว ๆ ถามเข้ามาเยอะว่า การบำรุงผิวช่วงกลางวันและกลางคืนต่างกันไหม ตอบสั้นๆ ว่า “นิดหน่อย”ค่ะ เพราะในช่วงกลางคืนเราไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดดเท่านั้นเอง เข้าใจตรงกันแล้วนะคะสาว ๆ
มาเข้าเรื่องของการแต่งหน้ากันดีกว่า สำหรับสาว ๆ ที่เริ่มหัดแต่งหน้าอย่างเรา ยังไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ครบถ้วนอย่างมืออาชีพหรอกนะคะ เราเริ่มจากผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องใช้แบบง่าย ๆ ก่อน เริ่มจาก
ชิ้นแรก >> เริ่มจากรองพื้นกันก่อน ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแบบไม่ว่าจะเป็นชนิดน้ำ เนื้อครีม โลชั่น ฯลฯ แล้วจะลงรายละเอียดในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ
ชิ้นที่ 2 >> ดินสอเขียนคิ้วคะ อุปกรณ์ที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าของคุณสาว ๆ ให้ดูดียิ่งขึ้น
ชิ้นที่ 3 >> อายแชโดว อุปกรณ์ชิ้นสำคัญจะช่วยคุณสาว ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองได้หลากหลายสไตล์
ชิ้นที่ 4 >> อายไลเนอร์ และดินสอเขียนขอบตา ซึ่งก็มีให้เลือกใช้งานหลายแบบมากมายเหลือเกิน
ชิ้นที่ 5 >> มาสคาร่า ผลิตภัณฑ์เพิ่มความงามให้กับขนตาของคุณสาว ๆ อีกตัวที่ขาดไม่ได้เลย
ชิ้นที่ 6 >> บรัชออน เพิ่มสีสันให้กับแก้มให้ดูมีสุขภาพดี สวยสว่างใส มีชีวิตชีวา
ชิ้นที่ 7 >> ลิปสติก หรือลิปกลอส เพิ่มสีสันให้กับริมฝีปากของคุณสาว ๆ ให้เนียนสวย ชวนมอง
ชิ้นสุดท้าย >>อุปกรณ์แต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นแปรงแต่งหน้า หรือที่ดัดขนตา และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ช่วยในการแต่งหน้าของคุณสาว ๆ
อุปกรณ์ทุกชิ้นที่แนะนำไปนั้น แต่ละชิ้นจะมีวิธีการเลือกซื้อและใช้อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ลองติดตามกันต่อนะคะ รับรองว่า เรามีเทคนิควิธีการเลือกซื้อและใช้งานมาฝากอย่างแน่นอนค่ะ

ปรับคิ้วสวยให้เข้ารูป

หลังจากที่ทำการแต่งเติมสีสันดวงตาด้วยอายแชโดว์ และเพิ่มความคมเข้มรอบดวงตาด้วยอายไลเนอร์กันไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปสำหรับการหัดแต่งหน้าของสาว ๆ คือ การเขียนคิ้วค่ะ ซึ่งการเขียนคิ้วนี้เป็นเทคนิคที่ช่วยในการปรับรูปหน้าของคุณสาว ๆ ให้ดูเข้ารูปและสวยงามมากยิ่งขึ้น
สำหรับสาว ๆ มือใหม่หัดแต่งหน้า เรามีวิธีการแต่งคิ้วให้สวยแบบธรรมชาติมาฝากค่ะ เริ่มจากการแต่งแบบธรรมชาติกันก่อนแล้วพอเก่งแล้วค่อยไปแบบชั้นสูงกันต่อนะคะ มาเริ่มกันเลยอย่าให้เสียเวลา
1. ให้ทำการปรับรูปคิ้วให้เป็นระเบียบก่อนค่ะ ให้แปรงปัด ๆให้ขนคิ้วเรียงตัวกันจากนั้นใช้กรรไกรค่อย ๆ เล็มปลายคิ้วที่ยาวเกินไปออกเล็กน้อย
2. ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีขาว ร่างโครงแบบคิ้วที่ต้องการก่อน วิธีวาดคิ้วให้สวยงามคือกะระยะของมุมโก่งของคิ่วให้ตรงกับขอบของลูกตาดำ ส่วนหางคิ้วให้อยู่แนวทแยงมุมกับจมูกไปหางตาค่ะ
3. ส่วนขนคิ้วที่เกิดออกมาจากโครงที่ร่างไว้ให้ถอนออกด้วยแหนบ แต่ระวังอย่างถอนจนแหว่งนะคะ
4. ให้ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาล หรือสีดำ ค่อย ๆ เขียนตามแนวที่ร่างโครงไว้ บาง ๆ หรืออาจใช้ อายแชโดว์สีน้ำตาลปัดแทนก็ได้ ค่อย ๆ ลงบาง ๆ ซ้ำกันไปนะคะ อย่าลงเข้มทีเดียวจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
5. ขั้นสุดท้ายให้ใช้มาสคาร่าแบบใส หรือเจลปัดคิ้ว ค่อย ๆ ลูบบนคิ้วบางๆ ซึ่งจะช่วยให้คิ้วของคุณสาว ๆ เรียบสวย เข้าทรงและดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นค่ะ
เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณสาว ๆ มีดวงตาที่คมเข้มคู่กับคิ้วสวยเข้ารูปดูเป็นธรรมชาติได้แล้ว พยายามฝึกมือบ่อย ๆ นะคะ จะได้เกิดความชำนาญ สำหรับตอนหน้าเราจะมาเติมสีสันให้เรียวปากสวยของเรากันแล้วค่ะ ติดตามกันต่อนะคะ

มารู้จักผลิตภัณฑ์รองพื้นกันหน่อยดีกว่า

สวัสดีจ้า สาว ๆ ที่รักทุกคน กลับมาเจอกันอีกแล้วนะ ตามสัญญากับเรื่องของรองพื้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์รองพื้นกันให้มากขึ้น โดยทั่วไปแล้วนิยมเรียกติดปากกันว่า ครีมรองพื้น ซึ่งมีหน้าที่ทำให้หนังหน้า เอ๊ย สภาพผิวของเราดูเรียบเนียน และดูเสมอกันนั่นเอง ช่วยปกปิดร่องรอยจากกาลเวลาที่อยู่บนใบหน้าของเราให้ดูเนียนสม่ำเสมอ ช่วยให้แต่งหน้าได้ออกมาสวยใสไงละคะ
เนื่องจากผลิตภัณฑ์รองพื้นมีหลากหลายแบบ และประเภทมากมายเราจึงต้องมีการเลือกใช้ให้ถูกกับสภาพผิวของเรา ลองมาดูกันว่ารองพื้นที่มีอยู่ในท้องตลาดมีแบบไหนประเภทไหนบ้าง
• รองพื้นแบบแท่ง หรือ Stick Foundation เป็นรองพื้นชนิดครีม ที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์เหมาะสำหรับผิวแห้ง ใช้ได้ง่าย ช่วยให้ทารองพื้นเสร็จเร็วขึ้น
• รองพื้นแบบน้ำ หรือ Liquid Foundation ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่หัดแต่งหน้า เพราะใช้ง่าย ไม่ทำให้หน้าดูหนาเกินไป แต่จะช่วยการปกปิดได้ไม่มากนัก
• รองพื้นแบบครีม หรือ Cream Foundation ลักษณะเป็นเนื้อครีมหนา และติดทน ช่วยปกปิดได้ดี เหมาะกับผิวที่มีปัญหามาก ค่อนข้างใช้ยาก
• รองพื้นแบบมูส หรือ Mousse Foundation เป็นรองพื้นแบบฟองครีม ช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้น และช่วยปกปิดได้ดี เหมาะสำหรับผิวที่มีริ้วรอยมาก
• รองพื้นแบบทิ้นส์ หรือ Tinted Moisturizer เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่เติมสีเนื้อลงไป เพื่อช่วยให้ผิวดูเนียนเรียบขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยปกปิดได้น้อยมากจึงเหมาะกับสภาพผิวที่ดีอยู่แล้ว
• รองพื้นแบบเปลี่ยนสถานะ หรือ Cream to Powder เป็นรองพื้นที่จะเปลี่ยนสภาพจากครีมรองพื้น เป็นแป้งหลังจากที่ทาไปแล้ว จึงเหมาะกับคนผิวมัน
• รองพื้นแบบแป้ง หรือ Powder Foundation เป็นรองพื้นแบบแป้ง เหมาะกับวัยรุ่นที่หัดแต่งหน้า
การเลือกใช้ครีมรองพื้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวจะช่วยปกปิดริ้วรอย และทำให้หน้าเรียบเนียน สาว ๆ ลองเลือกซื้อรองพื้นที่เหมาะกับตัวเองไว้สักชิ้นนะคะ แล้วคราวหน้าเรามาดูวิธีการทารองพื้นกันต่อค่ะ

ตรวจสอบสภาพผิวกันก่อนนะจ๊ะ

เรื่องของความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นเรื่องที่อยู่คู่กันมาเสมอ สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่เรื่องของการแต่งหน้า การดูแลผิวพรรณ และดูแลรูปร่าง มักเป็นเรื่องที่ทำกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ใช้ปัญหามากนักที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่ชนิดให้เหมาะกับตัวเอง แต่สำหรับสาว ๆ บางคนที่ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้รู้จักคำว่า เครื่องสำอางมาก่อนเลยนั้น ก็จะดูเป็นงานใหญ่มาก สำหรับการเริ่มเรียนรู้เรื่องของความงาม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเรามีเรื่องราวของความสวยความงาม สำหรับสาว ๆ ฉบับเริ่มต้นสวยไปจนถึงยกระดับเป็นมืออาชีพมาฝากแน่นอน รอติดตามกันให้ดี
ก่อนอื่น การเรียนรู้เรื่องของความงาม สิ่งสำคัญพื้นฐานที่คุณจะต้องรู้คือ สภาพผิวของตัวคุณเองเพื่อที่จะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม สภาพผิวของคนเราโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ เริ่มจาก
ประเภทที่ 1 ผิวธรรมดา จะเป็นผิวที่เรียกว่าได้เปรียบมากที่สุดในการดูแลเพราะจะมีลักษณะที่นุ่มชุ่มชื้น อวบอิ่ม ดูมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง สุขภาพดี อยู่แล้วทำให้เกิดริ้วรอยได้น้อยกว่าผิวประเภทอื่น ๆ
ประเภทที่ 2 ผิวมัน มีลักษณะเป็นมันเงา รุขุมขนกว้าง มักมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและเป็นสิวได้ง่าย
ประเภทที่ 3 ผิวแห้ง มีลักษณะแห้ง กร้าน รูขุมขนละเอียด ผิวไม่นุ่มนวล และมีปัญหาเรื่องริ้วรอยได้ง่าย
ประเภทที่ 4 ผิวผสม ซึ่งเป็นผิวที่พบมากที่สุดในสาวไทย มีลักษณะผิวแห้งและมัน รวมกัน โดยส่วนที่แห้งมักจะเป็นบริเวณรอบดวงตา และแก้ม ส่วนบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง หรือที่นิยมเรียกกันว่า T โซน จะมีความมันมากกว่า
ทีนี้สาว ๆ ก็ลองพิจารณาสภาพผิวของตัวเองดูกันเองนะคะว่า เข้าข่ายเป็นผิวประเภทไหน เพื่อจะได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสมอย่างไรละคะ ในตอนหน้าเราจะมาเริ่มเรียนรู้ขั้นตอนการดูแลผิวกันต่อ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

แต่งแก้มสวยด้วยบรัชออน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สาว ๆ กับเรื่องความงามที่นำมาฝากกันไปในหลาย ๆตอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพผิวหน้า การเลือกครีมรองพื้น เทคนิคการทารองพื้น สำหรับในครั้งนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนของการแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้ากันแล้วนะคะ
มาทำความรู้จักกับเครื่องสำอางเพิ่มสีสันชิ้นแรกกันก่อน “ บรัชออน” ถ้าพูดถึง บลัชออน หรือทางเทคนิคเรียกว่าบลัชเชอร์ มาจากคำว่า บลัช (blush) หมายถึง อาการหน้าแดงแก้มแดงเพราะเลือดสาวฉีดขึ้นหน้าด้วยความอายขวยเขิน บรัชออนถูกนำมาใช้ในการแต่งหน้าเพื่อให้เกิดสีสันบริเวณโหนกแก้ม สันแก้ม ให้ดูมีสีสัน เป็นสาวสุขภาพดีนั่นเอง
บรัชออนที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีหลายประเภท ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสภาพผิว และโทนสีผิวของแต่ละคน ซึ่งจะแนะนำประเภทต่าง ๆ ให้สาวได้รู้จักกัน ดังนี้
บรัชออนชนิดฝุ่น เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะใช้ง่ายและเหมาะกับทุกสภาพผิว บรัชออนชนิดนี้จะใช้คู่กับแปรงขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เกลี่ยสีได้เรียบสวยเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
บรัชออนชนิดเนื้อครีมและเนื้อเจล บรัชออนชนิดนี้จะใช้ทาก่อนการลงแป้งฝุ่น มีคุณสมบัติติดทนแต่ไม่เหมาะกับคนผิวมัน
บรัชออนชนิดน้ำ ใช้ทาก่อนการลงรองพื้น หรือลงแป้ง มีคุณสมบัติซึมผ่านผิวได้เร็วโดยไม่ทิ้งคราบมัน เหมาะสำหรับคนผิวมัน
เทคนิคการเลือกบรัชออนให้เหมาะสมกับสภาพผิว ช่วยให้แต่งหน้าได้สวยเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการ สำหรับสาว ๆ ที่หัดแต่งหน้าใหม่ ๆ แนะนำให้ใช้บรัชออนชนิดฝุ่นซึ่งจะใช้งานได้ง่าย สะดวก และควรเลือกสีพีช หรือสีชมพู จะเหมาะสมที่สุดค่ะ สำหรับครั้งหน้ามาเรียนรู้วิธีการใช้บรัชออนกันต่อนะคะ

เติมสีสันให้ริมฝีปากสวย

สวัสดีค่ะ สาว ๆ สนุกกับการฝึกแต่งหน้ากันกันอยู่ใช่ไหมคะ เราเรียนรู้เทคนิคการแต่งหน้าสำหรับมือใหม่กันมาจนถึงขั้นตอนของการเติมสีสันให้ริมฝีปากสวยกันแล้วนะคะ สำหรับครั้งนี้เรามาทำความรู้จักกับลิปสติกกันเลยดีกว่า
ลิปสติกที่สาว ๆ นิยมใช้กันในปัจจุบันมีมากมายหลากหลายแบบมากค่ะ สำหรับมือใหม่อย่างเรา ควรทำความรู้จักกันไว้บ้างเพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกใช้ลิปสติกได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองที่สุด เราจะแบ่งลิปสติกออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้นะคะ
1. ลิปกลอสและลิปทิ้น เป็นลิปสติกที่ใช้เพิ่มสีสันบาง ๆให้กับริมฝีปาก แต่ส่วนใหญ่จะใช้คู่กับลิปสติกประเภทอื่น ๆด้วย
2. ลิปสติกเนื้อครีม เป็นลิปสติกที่ให้สีสันชัดเจนมีเม็ดสีมาก นิยมใช้พู่กันในการทาลงริมฝีปากเพื่อให้สีสม่ำเสมอ
3. ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาติน เป็นลิปสติกสีสันบาง ๆ แต่ส่วนผสมของน้ำมันอยู่มากจึงทำให้เกิดความมันวาว เมื่อทา ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มชุ่มชื้น
4. ลิปสติกเนื้อแมท เป็นลิปสติกที่มีเนื้อสีด้าน มีเม็ดสีแน่นให้สีชัดเจน แต่ไม่เป็นมันวาวเมื่อทาจะทำให้ริมฝีปากดูเรียวเล็ก แต่จะทำให้เห็นริ้วรอยที่ริมฝีปากชัดเจน
5. ฟรอสตี้ลิปสติก มีลักษณะเป็นลิปสติกที่มีประกายมุก สีออกเหลืองขาวเล็กน้อย เป็นประกายแต่ไม่มันวาว
ลิปสติกแต่ละประเภท มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่สาว ๆ จะต้องพิจารณาเลือกใช้กันตามความเหมาะสมของตัวเองนะคะ และที่สำคัญสำหรับมือใหม่หัดแต่งหน้าอย่างเรา อย่าพึ่งใจร้อนใช้ลิปสติกที่ใช้งานยาก ๆ นะคะ ควรเน้นที่แต่งออกมาแล้วสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด และเมื่อแต่งหน้าเก่งขึ้นเมื่อไร ทีนี้อยากจะเติมสีสันแปลกแหวกแนวแบบไหน ก็ทำให้เต็มที่ไปเลยค่ะ สำหรับคราวหน้ามาดูเคล็ดลับการทาลิปสติกให้ติดทนนานกันนะคะ

สเต็ปสองของการแต่งหน้า

การแต่งหน้าสำหรับคนที่ไม่เคยแต่งหน้าเลยนี่ เป็นงานที่ค่อนข้างหินเอาการเลยที่เดียว เพราะจะเริ่มอย่างไร จะใช้อะไรก่อนหน้าหลัง ดูงง ๆ สับสนไปหมดจริงไหมคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ บอกแล้วว่าเราจะเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน
หลังจากที่เราทำความรู้จักกับอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานกันไปแล้ว ต่อไปเราจะทำความรู้จักกับอุปกรณ์แต่ละชนิดให้มากขึ้นอีกหน่อย เริ่มจากอุปกรณ์ที่เราใช้สำหรับการแต่งหน้าก่อนดีกว่านะคะ ลองมาดูกันว่าเจ้า “แปรงแต่งหน้า” ที่มีอยู่หลายแบบ หลายขนาด มันมีไว้ใช้ทำอะไรกันบ้าง เริ่มจาก
• แปรงปัดแก้ม มีลักษณะขนแปรงที่มีความกว้าง ปลายโค้งมน ลาดเอียง ส่วนมากทำจากวัสดุธรรมชาติที่มีความนุ่ม
• แปรงบรอนเซอร์ มีลักษณะขนแปรงที่หนาฟูมากกว่าแปรงปัดแก้ม และมีปลายตัดตรง
• แปรงทาคิ้ว มีลักษณะขนแปรงสั้นและแข็ง ตัดเป็นมุมเอียง
• แปรงทาคอนซิลเลอร์ มีลักษณะขนแปรงนุ่มแน่น ปลายเรียวมน ใช้สำหรับเกลี่ยเนื้อผลิตภัณฑ์ลื่นไปกับผิว
• แปรงเบลนสีอายแชโดว์ มีลักษณะขนแปรงยาว นุ่ม ฟู
• แปรงคอนทัวร์เปลือกตา มีลักษณะขนแปรงสั้น เนื้อแน่น ปลายตัด หัวแปรงกลม
• แปรงเกลี่ยเปลือกตา ลักษณะหัวแปรงเล็ก ปลายขนแปรงกลมมน
• แปรงเขียนอายไลเนอร์ ลักษณะขนแปรงสั้น ปลายตัดเฉียง หัวแปรงเล็ก มีทั้งแบบชนิดกลมและแบน
• แปรงทารองพื้น ลักษณะขนแปรงปลายแบนขนาดใหญ่
• แปรงทาหน้า และแปรงทาแป้ง ลักษณะขนแปรงฟู หัวแปรงกลมมน
• แปรงทาปาก ลักษณะขนแปรงยาวแน่น ปลายแหลม
สำหรับสาว ๆ ที่เริ่มต้นหัดแต่งหน้าอย่างเรา ๆ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ครบชุดขนาดนี้ก็ได้นะคะ หาซื้อเพียงชิ้นหลัก ๆ แค่ 2-3 ชิ้นก็พอค่ะ เช่น แปรงปัดคิ้ว แปรงอายแชโดว์ และแปรงอายไลเนอร์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเริ่มต้นความสวยด้วยตัวเอง